posted on 22 Aug 2009 12:40 by bouyky
อยู่ดีๆ เมื่อวานก็คิดได้ว่าควรจะหัดเรียนรู้การบันทึกเสียงลงเครื่องคอมฯ เสียทีนึงครับ ข้อแรกเลยที่อยากทำมานานแล้วคือร้องเพลงใส่ดนตรีแล้วเก็บไว้ฟังน่ะครับ แต่พอมีโครงการนี้ขึ้นมาก็แต่วแต๊วเลย เข้าร่วมไม่ได้เพราะบันทึกเสียงอะไรก็ไม่เป็นเลย ซื้อไมค์มาจะสองปีแล้วครับ ยังไม่เคยเช็คเลยว่ามันใช้ได้เปล่า?
การมีบัตรผ่านเข้าร่วมโครงการกับชาวบ้านเค้าได้นี่คือข้อที่สองครับ
เมื่อวานโชคดีมากๆ เจอคุณจิ๊บบี้นักร้องเสียงใสทางเอ็ม ก็เลยได้โปรแกรมมาตัวนึงขื่อ Adobe Audition 1.5 แล้วก็ได้เรียนรู้เริ่มต้นจนสามารถอัดเสียงร้องเปล่าๆ ของตัวเองได้เป็นครั้งแรกในฤดูกาลนี้ เอ๊ย.. ครั้งแรกในชีวิต ตื่นเต้ล ตื่นเต้ล..ลลล มากๆ ครับ แค่นี้ก็ทำให้สามารถอัดเสียงการเล่นเปียโนได้ด้วยครับ กลายเป็นว่าสิ่งที่อยากทำข้อที่สอง เป็นเรื่องที่ยุ่งยากน้อยกว่าข้อที่หนึ่งเป็นอันมาก เพราะเล่นทีเดียว บันทึกเพียง track เดียวก็ใช้ได้ละครับ แต่ยังไม่ได้เริ่มเท่านั้นเอง คงต้องหาวิธีเรียนรู้การฝากไฟล์ด้วยครับ และจะเลื่อนชั้นไปร้องเพลงใส่ในดนตรีเป็นลำดับต่อไป
สำหรับโปรเจคนี้คงมีเป้าหมายกว้างๆ คือ
- อัดเสียงการเล่นเพลงบรรเลงแล้วนำมาฟังตอนว่างๆ เพื่อหาจุดอ่อนของการเล่นด้วยหูของผมเองครับ แล้วน่าจะเอาไปให้ครูโหน่งลองฟังด้วย เพื่อเปรียบเทียบโสตประสาท "การฟัง" ของผมก่อน แล้วค่อยไปปรับปรุงวิธีการเล่นให้พัฒนาก้าวหน้าต่อไป (ปกติไม่มีโอกาสฟังการซ้อมการเล่น ซ้ำ น่ะครับ บางทีอาจจะฟังพลาดได้ เช่นเล่นไม่ดีก็ฟังไปว่าเล่นใช้ได้ เป็นต้น)
- อัดเสียงการเล่นไปพร้อมกับร้องเพลงไปด้วยครับ เพราะเริ่มจับได้ว่า เล่นเองร้องเอง จะร้องเพี้ยนเป็นพิเศษ อยากหาสาเหตุว่าเป็นเพราะฟังเปียโนแล้วร้องเพี้ยนจากหูเราไม่ดี หรือว่าเป็นเพราะเล่นเพี้ยน (ผิด) เองก็เลยร้องตามดนตรีที่เพี้ยนนั้น พักหลังไม่ค่อยมั่นใจในทักษะการฟังของหูตัวเองเท่าไหร่ครับ วิธีนี้น่าจะเช็คได้ง่ายและแม่นยำมากที่สุดแล้วครับ
และในแต่ละเดือนที่มีกำหนดส่งงานกัน ผมคงจะตั้งเพลงโจทย์ไว้ก่อน แล้วก็เล่นและร้องเพลงนั้นๆ แล้วบันทึกมาให้ช่วยวิจารณ์กันครับ เบื้องต้นเท่านี้ก่อนครับคิดไม่ออก
http://panda500.exteen.com/piano-practice-project-2
posted on 18 Jul 2009 14:30 by bouyky
29 มิถุนายน 2552
อย่างเช้า ! ตื่นมาตีห้าอารมณ์ต่อเนื่องมากๆ ไม่เป็นอันทำอะไร สิ่งแรกหลังจากล้างหน้าแปรงฟันแล้วก็มาสถิตที่หน้าน้องเปียกันเลยฮะ วันนี้ไม่ต้องไปออฟฟิศ เพราะต้องไปเฝ้าน้องชายที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน(มากๆ) และไม่มีใครอยู่ในบ้านอีกเลย ก็ขอเปิดไมค์ลอยให้ดังไว้ก่อน แล้วก็หยิบหนังสือเพลงมาลุยครับ เสียงตอนเช้าไม่ค่อยคล่องไม่ค่อยลื่นเท่าไหร่แต่ก็ได้ฟีลแหบๆ ไปอีกแบบนึง เพลงเรียนที่ซ้อมเมื่อคืนที่มีการเปลี่ยนคอร์ดเป็นชุดๆ ในท่อนยาก ช่วยให้การเปลี่ยนคอร์ดเล่นไปร้องไปง่ายขึ้นเยอะเลยครับ เหมือนได้บริหารนิ้วในแนวทางการเปลี่ยนคอร์ดมาก่อน แม้จะเล่นคอร์ดไม่เหมือนกันเลย แต่ก็สนับสนุนการเล่นคราวนี้เป็นอย่างมาก
สนุกและมันส์ ไม่กดดันจังหวะชีวิตอีกต่อไป เมื่อคุณเลือกเพลงไหน คุณก็ร้องเพลงนั้นไป น้องเปียทำหน้าที่ใส่คอร์ดให้เป็นคีย์เพลงไม่มีเพี้ยนและร้องตาม เมโลดีหรืออินโทรหรือโซโล่นั้นไม่สำคัญในนาทีนี้ ทำให้ฟีลช้าลง หรือเร็วขึ้นในบางช่วงทำนองที่ชอบของเพลงก็ทำได้ง่ายๆ การร้องแบบนี้ถ้าไม่มีเตี๊ยมกับผู้เล่นเปียโนมาก่อน รับรองว่างงกันเป็นไก่ตาแตก เล่นกันตาเหลือกแหละครับ ต้องเล่นเองร้องเองเท่านั้นจึงจะลื่นไหลไม่สะดุด ช่วยฝึกพลังเสียงและก็คอที่เพิ่งหายจริงๆ ได้เป็นอย่างดี แต่ก็ไม่ประมาทใช้เสียงแบบทำลายคอมากจนเกินไป เพราะกลัวจะต้องกลับไปพบคุณหมอคนนั้นอีก ไม่เอาเลย กลัว กลัว
แล้วก็มาแฮนนอนกันอีกสิบรอบ นิ้วเป็นระเบียบดีแล้วก็หยิบโน้ตเพลงเก่า คล่องๆ มาเล่นอยู่สี่ห้าเพลง (ได้ทั้งหมดแค่นี้แหละ คล่องนะ แต่บางเพลงไม่จบ
) หยิบเพลงเรียนมาเล่นได้รอบนึงก็ปาเข้าไปสิบกว่านาทีเหมือนเดิมเลย นานค่อดค่อด อ้าว.. จะเจ็ดโมงแล้ว ต้องรีบไปโรงพยาบาลแล้วครับ
วันนี้กลับเข้าออฟฟิศตอนบ่ายสองกว่าๆ แค่แป๊บเดียวน้องก็โทร.มาให้ไปรับออกจากโรงพยาบาลตอนสี่โมงครึ่ง แล้วก็กลับมาออฟฟิศอีก พอทุ่มนึงก็กลับบ้าน มาถึงก็กินข้าว กินปลา พร้อมๆ กับนู๋ลิลลี่ กินไปเล่นกับหมาไป เจ้าลิลลี่ก็กินไปเล่นกับคนไป เฮ้อ
ด้วยแรงดึงดูดที่เร่งรีบเมื่อเช้า ก็เลยมานั่งซ้อมน้องเปียต่ออีก ไม่กล้าร้องเพลงกลัวน้องจะป่วยอีกเพราะเสียงไปทำลายระบบประสาทที่อ่อนเพลีย
หยิบเพลงบรรเลงที่เคยเล่นตามโน้ตทั้งหลาย มาเล่นใหม่แบบให้ร้องเข้าไปด้วย คือดูแต่คอร์ดแล้วใส่เลย ร้องตามไปแบบไม่ใช้ไมค์มาขยาย อืม.. ความไพเราะมันหายไปหมดเลยน่ะครับ (จากแต่เดิมก็เล่นไม่ได้เพราะอยู่แล้ว) ทั้ง first love ที่ร้องไม่ได้หรอก ก็กลายเป็น first เละ (เพราะลองเล่นเป็นเพลงแรก) มาเพลงอยากให้รู้ว่ารักเธอ ก็ร้องไปไม่รอดเพราะใส่คอร์ดแล้วทึ่มๆ ไม่ได้ฟีลเลย ยิ่ง i don't want to miss a thing ยิ่งแย่ใหญ่ ไม่ได้เข้ากันเล้ย.. ร้องก็ยังร้องไม่ได้ เล่นๆ ไปไม่รู้ว่าจะต้องร้องตอนไหนในห้องเพลง
มีพอถูไถไปรอดแค่เพลงเดียวคือ ตะวันยังมีให้เห็น เสียแต่ว่าตอนเสียงสูงร้องยากจนทำให้การเล่นแย่ลงไป (มัวแต่เกร็งเสียงจนต้องหลับตา) เจ้าเพลงพวกนี้เคยเล่นแต่บรรเลงมาเก่าก่อน เพราะติดใจในทำนองก็เลยหัดเรียนมา มาถึงเวลาใส่คอร์ดเพื่อร้องดันกลายเป็นว่าเสียงที่ชอบของเพลงนั้นๆ หายไปหมด ฟังแล้วไม่รื่นหูเหมือนเคย ทำให้ไม่อยากเล่นใส่คอร์ดเพื่อร้องเลยครับ กลับไปเล่นแบบเดิมทุกเพลง เพลงละรอบ ดีขึ้นเยอะ สบายหูสบายใจหน่อยว่าเราก็ยังพอเล่นได้นะเนี่ย
posted on 18 Jul 2009 14:29 by bouyky
28 มิถุนายน 2552
ตามฟอร์มเหมือนเดิมทุกอาทิตย์
หลังชั่วโมงเรียนก็จะมีเวลามานั่งซ้อม วันนี้ตอนบ่ายตั้งใจจะออกไปข้างนอกอากาศดีฝนไม่ตก อยากจะล้างบ่อน้องก้อยที่ผลัดมาเกินยี่สิบครั้งแล้วด้วย
ฟ้าเป็นใจให้ทำทั้งสองอย่างแล้วแต่จะเลือก ยังไม่ทันจะได้ทำอะไรเลยซักอย่าง ! ก็ได้ยินเสียงเรียกให้ขึ้นไปดูบนบ้าน น้องชายตัวใหญ่ไซส์ยักษ์ของผมเกิดป่วยกระทันหันเพราะพักผ่อนน้อยและโหมงานหนักมาเมื่อวันก่อน อย่างไม่คาดคิดและวางแผนล่วงหน้า (คนจะป่วยนี่ช่วยไม่ได้จริงๆ)
ทุลักทุเลมากเพราะเค้าไม่มีแรงเลย จะอาเจียนตลอดเวลาด้วย ไม่ใช่แค่ยืนเองไม่ได้ นั่งเองยังไม่ได้เลยด้วยซ้ำ ! กว่าจะประคองเอย หิ้วปีกเอย ลงบันไดมาขึ้นรถที่สตาร์ททิ้งไว้ได้ล่อไปร่วมชั่วโมงนึงแล้วครับ คนละไซส์กันเลย ดีนะที่ผมยังอึด ถึก พอสมควร ไม่งั้นคงไปถึงมือหมอไม่ทันการณ์ ถึงโรงพยาบาลก็ไปมีวิวาทะกับพวกเจ้าหน้าที่ ผู้ช่วยพยาบาล และบางพยายม เอ๊ย พยาบาล ไม่ได้รีบร้อนอะไรกันเลย คนป่วยหนักเร่งด่วนขนาดนี้ เดี๋ยวพ่อสอนวิชาปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้ไปคัดลายมือส่งคนละยี่สิบห้าจบซะเลยนิ มีอย่างที่ไหนจะให้แต่คนป่วยเซ็นต์ชื่อว่ายินยอมเข้ารับการรักษาและพักฟื้นที่โรงพยาบาล ลืมตาก็ไม่ขึ้น มือ ขา ไม่มีแรงอะไรเลยขนาดนั้น พอเซ็นต์แทนก็ถามว่าเป็นอะไรกับคนไข้ เดี๋ยวพ่อก็สอนวิชากฎหมายว่าด้วยสิทธิและหน้าที่ของผู้แทนโดยชอบธรรม และวิชาจรรยาบรรณของเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ซะเลยนี่ นี่พวกเธอๆ ทั้งหลายมาทำงานช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ หรือมาทำงานเป็นหุ่นยนต์กันแน่จ๊ะ? ทำไมไอ้กระดาษแผ่นนั้นกับลายเซ็นต์ของคนไข้นี่มันสำคัญมากกว่าชีวิตของคนไข้หรือไงกัน? ไม่เห็นพวกเอ็งจะสนใจอาการป่วยของคนไข้กันเลย มัวแต่ไปนั่งคุยกันตรงเคาน์เตอร์เป็นสิบคน แล้วก็โผล่มาทีละคน กับกระดาษคนละใบปากกาคนละด้ามเนี่ย? (หลายหนแล้วนะครับ คุณพ่อผม คุณแม่ผม พอเข้าห้องฉุกเฉินทีไรก็แบบนี้ทุกทีไป) อย่าให้ต้องมาด่ากันอีกเลยนะครับ นี่มันห้องฉุกเฉินนะเฟ้ย เคยดูหนังฝรั่งเรื่อง ER กันเปล่า? หรือว่าพวกคุณตั้งสติกับเตียงคนไข้กันได้ดีมากขนาดนั้น เรียบ เฉย และนิ่งกันมากเลยครับ ก็คือไม่กระดิกหรือไม่คิดจะคิดที่ทำอะไรบางอย่างกันมั่งเลยเหรอไงฮะ? ถ้าคุณพ่อคุณแม่พวกท่าน ต้องจำเป็นส่งเข้าโรงพยาบาลห้องฉุกเฉินแบบนี้ พวกท่านจะทำเอาหูไปนา เอาตาไปไร่แบบนี้บ้างก็ดีนะครับ เรียกผมด้วย ผมจะขอไปเก็บภาพไว้เป็นพยานหลักฐาน
กว่าคุณหมอเฉพาะทางจะมาตรวจก็เส้นยาแดงผ่าแปดพอควร (และอย่าไปเอ่ยถึงหมอที่ห้องฉุกเฉินเลยครับ สุดๆ จริงๆ
) กว่าจะโล่งใจได้ก็ปาไปตอนเย็นๆ แล้วครับ พอค่ำๆ หน่อยผมก็เห็นว่าดีขึ้นมาก ต่างจากตอนเช้าอย่างสิ้นเชิง ก็เลยขอกลับมาบ้านอย่างเหนื่อยใจจริงๆ กับโรงพยาบาลเอกชนใกล้บ้านแห่งนี้ (ขนาดน้องสะใภ้ผมเป็นเจ้าหน้าที่คนนึงที่นี่ด้วยนะครับ)
ค่อยยังชั่วครับ มานั่งเล่นกะนู๋ลิลลี่แบบสบายใจหน่อยนึง แม้จะกังวลกับน้องชายอยู่บ้างแต่คงจะดีขึ้นตามลำดับ แล้วค่อยมาจับๆ น้องเปีย ปัดฝุ่น ทำความสะอาด เช็ดๆ ถูๆ เธอหน่อย เวลาเยอะแยะไม่ยอมซ้อม วันนี้มีเวลาซะที่ไหนกันเล่า เห็นมั๊ยว่าสังขารมันไม่เที่ยง สุขภาพดีๆ ซื้อหากันไม่ได้ต้องออกกำลังกายและกินอยู่ให้ถูกสุขลักษณะ ฝีมือการเล่นเปียโนก็เหมือนกันอยากได้ต้องซ้อมต้องเรียนต้องหาความรู้เพิ่มเติมให้ตัวเอง ไม่ใช่ดีแต่ควักเงินจ่ายหรืออยู่เฉยๆ ก็พัฒนาขึ้นมาได้ ว่าแล้วก็แฮนนอนเริ่มต้นกันเลยซักห้ารอบ พอจะควบคุมอารมณ์ให้นิ่งได้แล้วก็หยิบโน้ตที่เรียนวันนี้มาใส่ให้คล่องทีละมือ แม้จะรวมมือแล้วอืดยืดยาด แต่ก็ขอเน้นความถูกต้องก็ละกัน ครูโหน่งบอกว่าท่อนนี้ถ้าแต่ละมือไม่คล่องนะ ไม่มีทางจะรวมสองมือได้เลย จะเล่นให้ช้ายังไงก็มั่วรับรอง อืม.. จริงๆ ครับยิ่งถ้าเล่นเร็วนี่กลายเป็นเพลงอื่นไปเลยล่ะฮะ ก็ได้หลายรอบอยู่เกือบยี่สิบรอบเฉพาะตรงนี้
วันนี้ตอนเช้านั่งเรียนแล้วรู้สึกแย่มากๆ เล่นตั้งแต่ต้นเพลงให้ครูฟังใช้เวลาไปเกือบสิบห้านาที รอบเดียวครูตะลึงเลย ผมก็ตะลึง อะไรมันจะช้าปานนั้น นี่เล่นแต่หน้าสามท่อนยากนี่ได้อย่างเดียวแล้วมั๊ง? (เพลงนี้ยาวแค่ห้านาที) ก็เลยมานั่งเล่นไล่ตั้งแต่ต้นใหม่ สองสามรอบ แต่ก็ไม่คล่องซะที ยากเหมือนกันแฮะ นี่เราเล่นผ่านมาได้ไงฟระ? สรุปมันยากทั้งเพลงเลยตอนนี้ ท่อนไหนก็ยากไปหมด
ไม่รู้จะไปโทษใคร ก็เล่นไม่ซ้อมเองนี่เนาะ วันนี้ก่อนเรียนก็ไม่ได้ซ้อมอะไรเลยทั้งอาทิตย์ ความว่างเปล่ากับความเหงา คือความเศร้าในตัวเรา.... ก็ได้แต่ปลอบใจตัวเองด้วยการเล่นท่อน(เคย)ยาก ให้มากๆ และเจาะๆ หน่อย เอาแบบเข้มข้นไปเลย ค่อยรู้สึกดีขึ้นหน่อย แม้จะนิดเดียวก็เถอะนะ มองนาฬิกาก็ตีสามเข้าไปแล้วห้านาที มาเริ่มแตะน้องเปียเอาเมื่อเที่ยงคืนฝ่าๆ ได้เวลาซะแล้วไปนอนดีกว่า