posted on 30 Sep 2010 19:14 by bouyky
ได้ DVD ละครญี่ปุ่นเรื่อง With Love มาอย่างไม่คาดฝัน นอกจากจะได้ฟังเสียงซาวน์แทร็คแล้ว ยังได้ฟังเพลง Once In A Blue Moon. จากในเรื่อง ในหลากหลายเวอร์ชั่น (หลายจังหวะ ทั้งช้าทั้งเร็วด้วย) ก็เลยคันมือ กลับไปรื้อโน้ตเก่ามาเล่นใหม่อีกรอบ ก็ต้องเป็นรอบสองเพราะ รอบแรกจบแล้วก็แล้วกัน คืนครูโหน่งไปหมดเลยครับ

เพลงมีห้าหกหน้า แต่เล่นยังไงก็ได้แค่สองหน้าแรก เล่นมาสามอาทิตย์แล้วยังไม่ไปไหนเลย เพราะเล่นอาทิตย์ละวันสองวัน
จะว่าไปเพลงนี้เป็นเพลงที่ทำให้ผมตัดสินใจที่จะเรียนเปียโนเลยนะครับ คือตอนดูละครทาง iTV สมัยนั้นอยากเล่น อยากเล่นเพลงนี้ให้ได้จริงๆ ทั้งๆ ที่ไม่มีต้นทุนชีวิตที่จะสามารถเล่นดนตรีอะไรได้เลย คงจะ in กับเนื้อเรื่องมากไปหน่อย ก่อนหน้านั้นหลายๆ ปี ทุกๆ ปี ก็จะมีแว่บขึ้นมาในหัวนิดนึงว่าอยากเล่นเปียโนเป็น อยากร้องเพลงไปเล่นน้องเปียไปให้จงได้ แต่ก็ไม่ได้เริ่มทำอะไรซะทีนอกจากเริ่มคิดแล้วก็หายไป เริ่มคิดใหม่แล้วก็หายไปใหม่ เริ่มคิดอีกแล้วก็หายไปอีก ไม่ได้อะไรเลยจริงๆ

จนรู้สึกตัวอีกทีก็ย่างเข้าถึงวัยซะแล้ว ถ้าไม่ลงมือทำอะไรก็คงไม่ได้ทำตลอดไป ประกอบกับปีนั้นได้ไปบวชเรียนอยู่เต็มพรรษา กิจวัตรของผู้บวชก็จะซ้ำๆ ทำแบบเดิมๆ ทุกๆ วัน จนปลง... เอ๊ย.. ไม่ช่าย จนรู้สึกสุขสงบจากสิ่งรบกวนรอบๆ ตัว ไม่ใช่เพราะว่าจำพรรษาแล้วจะสงบ แต่ว่าความคิดของผมรู้จักสงบนั่นเอง เป็นไปเองแบบไม่ได้ทำอะไร ทั้งๆ ที่มีเรื่องวุ่นวายให้ต้องคิดและให้ต้องทำอยู่มากมายไม่แพ้ตอนก่อนบวช !

เหมือนกับคนปลงตก คิดได้ปล่อยวางได้ แต่เปล่าเลยครับ ช่วงนั้นเกิดสมาธิ ใจเป็นปกติสุข ความคิดผ่องแผ้ว มีความตั้งมั่นแน่วแน่จะทำสิ่งใดก็มักจะทำในสิ่งนั้นโดยไม่ลังเลเฉไฉ ไม่หลอกตัวเองไม่หลอกคนอื่น หลังออกพรรษาก็จำวัดต่อเพื่อรอสอบ พอสอบนักธรรมเสร็จแล้ว ก็หาฤกษ์ลาสิกขา พอจากวัดมา ก็ตรงไปสมัครเรียนกันเลย
สามปีแรกที่เรียนเบื้องต้นและคลาสสิคกับครูต้น ผมก็ไม่เคยกล้าแม้แต่จะคิดที่จะเอาเพลงนี้ไปให้ครูเค้าสอนเลยล่ะครับ เพราะไม่หลอกตัวเอง รู้ขีดความสามารถของตัวผมเองจริงๆ ว่า "อย่าเลยตรู เชื่อตรูเหอะ" จนท้ายๆ ครูต้นได้หาเพลงป๊อบอนุบาลพื้นฐานมาให้เรียนบ้างสี่ห้าเพลง ทั้งที่ครูบอกให้หาเพลงที่ชอบมาให้สอน แต่พอบอกชื่อเพลงกับชื่อเจ้าของเพลง แทบทุกเพลงครูต้นแกไม่รู้จักเอาเลยครับ (หลงเข้าใจว่าแกอยู่เมืองนอกซะอีก) และครูต้นไม่มีเวลาว่างในช่วงที่ผมสามารถมาเรียนได้อีกต่อไป ผมจึงต้องย้ายมาเรียนกับครูโหน่งที่เค้าซี้กันครับ คราวนี้เหมือนที่ครูต้นเคยบอกผมเลยว่า "ที่อยากเรียนป๊อบน่ะ มาถูกทางแล้วล่ะครับ" เพราะครูโหน่งเป็นนักดนตรีป๊อบของจริงไม่ต้องอิงอาจารย์ (เพราะอาจารย์แกเป็นนักดนตรีแจ๊ซ) เอาล่ะครูโหน่งหาเพลงป๊อบมาให้เรียนเยอะแยะไปหมด สลับกับที่ผมหาเพลงที่ชอบมาให้ครูเค้าสอนด้วย ก็ยังไม่มีปัญหาอะไรในช่วงแรกๆ
แต่มีวันนึงผมเอาโน้ตเพลง Once In A Blue Moon นี่แหละ มาให้ครูโหน่งดู แกบอกว่า "พี่ยังเล่นไม่ได้หรอกค่ะเพลงนี้ พี่ต้องเก็บแต้มสะสมอีกอย่างเยอะเลย เพลงนี้ยังเป็นเพลงที่ยากอยู่มาก" เหมือนเป็นการวัดผลสำหรับผมจริงๆ เรียนป๊อบมาไม่รู้ระดับการเรียนเพราะไม่ต้องสอบเกรด เคยมีพี่ที่เลี้ยงน้องก้อยถามว่าเรียนเปียโนอยู่ระดับเท่าไหร่เกรดอะไร? ตอบไม่ได้จริงๆ ครับ และลูกของพี่เค้าอยู่เกรดที่สูงมากๆ แล้วด้วย ไม่รู้เค้าจะอวด หรือว่าเค้าจะให้เราอวด แต่ผมไม่มีอะไรไปอวดนี่สิครับ ทำให้ช่วงนั้นอยากก้าวหน้าในการเล่นน้องเปียเป็นอย่างมาก ถึงกับขยันซ้อมขึ้นมา เดือนๆ นึงนี่ไม่ซ้อมมีแค่เพียงสองวัน คือวันฝนตกกับวันฝนไม่ตกเท่านั้น เอ๊ย... ก็ซ้อมเยอะอยู่ครับ แทบทุกวันเลย วันละนานด้วย แล้วก็เป็นผลอันก้าวหน้าจริงๆ เรียกว่าดีขึ้นเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่องไม่หยุดไม่แป้ก แล้วหลังจากคราวนั้นก็มีโน้ตเพลงจีน เพลงเกาหลี เพลงญี่ปุ่นอีกหลายเพลงมาให้ครูโหน่งสอน ก็สามารถผ่านมาได้ตลอด แล้วก็เหมือนลืมเพลงนี้ไปซะแล้ว ที่จริงกล้าเอามาให้สอนได้ซักพักแล้วล่ะครับ แต่เพราะโน้ตที่ได้มาไม่ค่อยชัดแถมยังมีลายน้ำตัวบักเอ้กพาดผ่านทะแยงมุมอยู่ตรงกลางด้วย ก็เสียเวลาหาโน้ตชัดๆ แบบไฟล์ pdf อยู่นานเลย จนได้จากเพื่อนชาวต่างประเทศใจดีมากๆ ท่านนึงส่งเมล์มาให้ ขอบคุณหลายๆ เด้อขรั่บ แล้วผมก็มีปัญญาได้เรียนเพลงนี้ซักกะทีนึง
ครูโหน่งเองก็ไม่เชื่อนะครับ ว่าผมชอบเพลงนี้เอามากๆ ถึงขนาดเป็นจุดที่ทำให้ผมตัดสินใจที่จะเรียนเปียโนกันเลยทีเดียว พอผมบอกว่าสองปีก่อนก็เคยเอามาให้ครูโหน่งดูแล้วแต่ครูไม่สอนให้เพราะยากเกินไปผมเล่นไม่ได้มือยังไม่ถึง ครูโหน่งก็จะสับสนเล็กน้อยแต่งงมากๆ ว่าจริงเหรอ? เพลงเนี้ยเนี่ยนะ

เพลงอื่นที่เรียนมามันยากกว่านี้นี่นายังเล่นได้เลย ครูโหน่งแกคงลืมไปแล้วน่ะครับว่าเคยพูดแบบนั้นกับเพลงแบบนี้ แถมตอนเรียนเพลงนี้ผมยังไปได้ช้ามากอีกด้วย เพราะแทบจะไม่ได้ซ้อมเลย พอชั่วโมงเรียนถัดมาก็ต้องไปซ่อมของเดิมตอนชั่วโมงเรียนก่อนอีก มีแต่ถอยหลัง จนครูแกมีบ่นๆ บ้าง แต่บ่อยๆ ว่า "มันก็อยู่ที่ตัวเราน่ะเอง จะเล่นได้หรือเล่นไม่ได้ เพลงจะยากหรือง่าย ก็ไม่สำคัญเท่ากับการฝึกซ้อม ถ้าเข้มข้นก็ก้าวหน้า ถ้าละเลยก็ถอยหลัง พี่อยากเล่นได้หรือเปล่าล่ะ"

เหวอเลยผม ทั้งๆ ที่เป็นเพลงพิเศษของผมเองแท้ๆ นะครับ แต่ว่าไม่สนใจซ้อมเองจริงๆ ก็เลยแย่ลงทุกวัน ถ้าเป็นเพลงอื่นจะไม่เหวอแบบนี้นะ มันไม่ใช่แค่เพลงพวกแรงบันดาลใจ แต่เป็นเพลงแห่งการตัดสินใจเลยแหละว่าต้องเล่นเพลงนี้ให้ได้ ทำให้ได้เริ่มต้นขวนขวายที่จะเรียนรู้การเล่นน้องเปียกันเลยทีเดียว เป็นบทเพลงต้นกำเนิดแห่งตำนานของผม

และในที่สุดก็สามารถผ่านไปได้แบบคนสอน สอนจนเบื่อ บ่นจนปากเปื่อยปากแฉะ ว่าทำไมมันไปได้ช้าขนาดนี้แน้?

เคยเอาเพลงนี้ไปเล่น house concert ที่บ้านคุณซา Zakura ครั้งนึงครับ แต่ก็เล่นไม่จบพอกลางเพลงก็ล่มเลย เหะ เหะ

แบบอ่อนซ้อมไม่ได้เลยจริงๆ ไม่มีการฟลุ๊คครับสำหรับผม ถ้าไม่ซ้อม การเล่นก็จะเป็นการยอมรับกันตรงๆ เลยว่าเนี่ยเอ็งไม่ซ้อมมาช่ายป่าว..วววววว "ช่าย..ยยยยยยยย แว้ว..วววว"

posted on 22 Aug 2009 12:40 by bouyky
อยู่ดีๆ เมื่อวานก็คิดได้ว่าควรจะหัดเรียนรู้การบันทึกเสียงลงเครื่องคอมฯ เสียทีนึงครับ ข้อแรกเลยที่อยากทำมานานแล้วคือร้องเพลงใส่ดนตรีแล้วเก็บไว้ฟังน่ะครับ แต่พอมีโครงการนี้ขึ้นมาก็แต่วแต๊วเลย เข้าร่วมไม่ได้เพราะบันทึกเสียงอะไรก็ไม่เป็นเลย ซื้อไมค์มาจะสองปีแล้วครับ ยังไม่เคยเช็คเลยว่ามันใช้ได้เปล่า?
การมีบัตรผ่านเข้าร่วมโครงการกับชาวบ้านเค้าได้นี่คือข้อที่สองครับ
เมื่อวานโชคดีมากๆ เจอคุณจิ๊บบี้นักร้องเสียงใสทางเอ็ม ก็เลยได้โปรแกรมมาตัวนึงขื่อ Adobe Audition 1.5 แล้วก็ได้เรียนรู้เริ่มต้นจนสามารถอัดเสียงร้องเปล่าๆ ของตัวเองได้เป็นครั้งแรกในฤดูกาลนี้ เอ๊ย.. ครั้งแรกในชีวิต ตื่นเต้ล ตื่นเต้ล..ลลล มากๆ ครับ แค่นี้ก็ทำให้สามารถอัดเสียงการเล่นเปียโนได้ด้วยครับ กลายเป็นว่าสิ่งที่อยากทำข้อที่สอง เป็นเรื่องที่ยุ่งยากน้อยกว่าข้อที่หนึ่งเป็นอันมาก เพราะเล่นทีเดียว บันทึกเพียง track เดียวก็ใช้ได้ละครับ แต่ยังไม่ได้เริ่มเท่านั้นเอง คงต้องหาวิธีเรียนรู้การฝากไฟล์ด้วยครับ และจะเลื่อนชั้นไปร้องเพลงใส่ในดนตรีเป็นลำดับต่อไป
สำหรับโปรเจคนี้คงมีเป้าหมายกว้างๆ คือ
- อัดเสียงการเล่นเพลงบรรเลงแล้วนำมาฟังตอนว่างๆ เพื่อหาจุดอ่อนของการเล่นด้วยหูของผมเองครับ แล้วน่าจะเอาไปให้ครูโหน่งลองฟังด้วย เพื่อเปรียบเทียบโสตประสาท "การฟัง" ของผมก่อน แล้วค่อยไปปรับปรุงวิธีการเล่นให้พัฒนาก้าวหน้าต่อไป (ปกติไม่มีโอกาสฟังการซ้อมการเล่น ซ้ำ น่ะครับ บางทีอาจจะฟังพลาดได้ เช่นเล่นไม่ดีก็ฟังไปว่าเล่นใช้ได้ เป็นต้น)
- อัดเสียงการเล่นไปพร้อมกับร้องเพลงไปด้วยครับ เพราะเริ่มจับได้ว่า เล่นเองร้องเอง จะร้องเพี้ยนเป็นพิเศษ อยากหาสาเหตุว่าเป็นเพราะฟังเปียโนแล้วร้องเพี้ยนจากหูเราไม่ดี หรือว่าเป็นเพราะเล่นเพี้ยน (ผิด) เองก็เลยร้องตามดนตรีที่เพี้ยนนั้น พักหลังไม่ค่อยมั่นใจในทักษะการฟังของหูตัวเองเท่าไหร่ครับ วิธีนี้น่าจะเช็คได้ง่ายและแม่นยำมากที่สุดแล้วครับ
และในแต่ละเดือนที่มีกำหนดส่งงานกัน ผมคงจะตั้งเพลงโจทย์ไว้ก่อน แล้วก็เล่นและร้องเพลงนั้นๆ แล้วบันทึกมาให้ช่วยวิจารณ์กันครับ เบื้องต้นเท่านี้ก่อนครับคิดไม่ออก
http://panda500.exteen.com/piano-practice-project-2
posted on 18 Jul 2009 14:30 by bouyky
29 มิถุนายน 2552
อย่างเช้า ! ตื่นมาตีห้าอารมณ์ต่อเนื่องมากๆ ไม่เป็นอันทำอะไร สิ่งแรกหลังจากล้างหน้าแปรงฟันแล้วก็มาสถิตที่หน้าน้องเปียกันเลยฮะ วันนี้ไม่ต้องไปออฟฟิศ เพราะต้องไปเฝ้าน้องชายที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน(มากๆ) และไม่มีใครอยู่ในบ้านอีกเลย ก็ขอเปิดไมค์ลอยให้ดังไว้ก่อน แล้วก็หยิบหนังสือเพลงมาลุยครับ เสียงตอนเช้าไม่ค่อยคล่องไม่ค่อยลื่นเท่าไหร่แต่ก็ได้ฟีลแหบๆ ไปอีกแบบนึง เพลงเรียนที่ซ้อมเมื่อคืนที่มีการเปลี่ยนคอร์ดเป็นชุดๆ ในท่อนยาก ช่วยให้การเปลี่ยนคอร์ดเล่นไปร้องไปง่ายขึ้นเยอะเลยครับ เหมือนได้บริหารนิ้วในแนวทางการเปลี่ยนคอร์ดมาก่อน แม้จะเล่นคอร์ดไม่เหมือนกันเลย แต่ก็สนับสนุนการเล่นคราวนี้เป็นอย่างมาก
สนุกและมันส์ ไม่กดดันจังหวะชีวิตอีกต่อไป เมื่อคุณเลือกเพลงไหน คุณก็ร้องเพลงนั้นไป น้องเปียทำหน้าที่ใส่คอร์ดให้เป็นคีย์เพลงไม่มีเพี้ยนและร้องตาม เมโลดีหรืออินโทรหรือโซโล่นั้นไม่สำคัญในนาทีนี้ ทำให้ฟีลช้าลง หรือเร็วขึ้นในบางช่วงทำนองที่ชอบของเพลงก็ทำได้ง่ายๆ การร้องแบบนี้ถ้าไม่มีเตี๊ยมกับผู้เล่นเปียโนมาก่อน รับรองว่างงกันเป็นไก่ตาแตก เล่นกันตาเหลือกแหละครับ ต้องเล่นเองร้องเองเท่านั้นจึงจะลื่นไหลไม่สะดุด ช่วยฝึกพลังเสียงและก็คอที่เพิ่งหายจริงๆ ได้เป็นอย่างดี แต่ก็ไม่ประมาทใช้เสียงแบบทำลายคอมากจนเกินไป เพราะกลัวจะต้องกลับไปพบคุณหมอคนนั้นอีก ไม่เอาเลย กลัว กลัว
แล้วก็มาแฮนนอนกันอีกสิบรอบ นิ้วเป็นระเบียบดีแล้วก็หยิบโน้ตเพลงเก่า คล่องๆ มาเล่นอยู่สี่ห้าเพลง (ได้ทั้งหมดแค่นี้แหละ คล่องนะ แต่บางเพลงไม่จบ
) หยิบเพลงเรียนมาเล่นได้รอบนึงก็ปาเข้าไปสิบกว่านาทีเหมือนเดิมเลย นานค่อดค่อด อ้าว.. จะเจ็ดโมงแล้ว ต้องรีบไปโรงพยาบาลแล้วครับ
วันนี้กลับเข้าออฟฟิศตอนบ่ายสองกว่าๆ แค่แป๊บเดียวน้องก็โทร.มาให้ไปรับออกจากโรงพยาบาลตอนสี่โมงครึ่ง แล้วก็กลับมาออฟฟิศอีก พอทุ่มนึงก็กลับบ้าน มาถึงก็กินข้าว กินปลา พร้อมๆ กับนู๋ลิลลี่ กินไปเล่นกับหมาไป เจ้าลิลลี่ก็กินไปเล่นกับคนไป เฮ้อ
ด้วยแรงดึงดูดที่เร่งรีบเมื่อเช้า ก็เลยมานั่งซ้อมน้องเปียต่ออีก ไม่กล้าร้องเพลงกลัวน้องจะป่วยอีกเพราะเสียงไปทำลายระบบประสาทที่อ่อนเพลีย
หยิบเพลงบรรเลงที่เคยเล่นตามโน้ตทั้งหลาย มาเล่นใหม่แบบให้ร้องเข้าไปด้วย คือดูแต่คอร์ดแล้วใส่เลย ร้องตามไปแบบไม่ใช้ไมค์มาขยาย อืม.. ความไพเราะมันหายไปหมดเลยน่ะครับ (จากแต่เดิมก็เล่นไม่ได้เพราะอยู่แล้ว) ทั้ง first love ที่ร้องไม่ได้หรอก ก็กลายเป็น first เละ (เพราะลองเล่นเป็นเพลงแรก) มาเพลงอยากให้รู้ว่ารักเธอ ก็ร้องไปไม่รอดเพราะใส่คอร์ดแล้วทึ่มๆ ไม่ได้ฟีลเลย ยิ่ง i don't want to miss a thing ยิ่งแย่ใหญ่ ไม่ได้เข้ากันเล้ย.. ร้องก็ยังร้องไม่ได้ เล่นๆ ไปไม่รู้ว่าจะต้องร้องตอนไหนในห้องเพลง
มีพอถูไถไปรอดแค่เพลงเดียวคือ ตะวันยังมีให้เห็น เสียแต่ว่าตอนเสียงสูงร้องยากจนทำให้การเล่นแย่ลงไป (มัวแต่เกร็งเสียงจนต้องหลับตา) เจ้าเพลงพวกนี้เคยเล่นแต่บรรเลงมาเก่าก่อน เพราะติดใจในทำนองก็เลยหัดเรียนมา มาถึงเวลาใส่คอร์ดเพื่อร้องดันกลายเป็นว่าเสียงที่ชอบของเพลงนั้นๆ หายไปหมด ฟังแล้วไม่รื่นหูเหมือนเคย ทำให้ไม่อยากเล่นใส่คอร์ดเพื่อร้องเลยครับ กลับไปเล่นแบบเดิมทุกเพลง เพลงละรอบ ดีขึ้นเยอะ สบายหูสบายใจหน่อยว่าเราก็ยังพอเล่นได้นะเนี่ย